Error
  • JLIB_DATABASE_ERROR_FUNCTION_FAILED

สเตนเลสกลุ่มเฟอร์ริติก (Ferritic)

กลุ่มเฟอร์ริติก (Ferritic)  มีโครงสร้างเนื้อโลหะเป็น เฟอร์ไรต์ (ferrite) อะตอมของผลึกจัดเรียงตัวแบบ BCC (Body-centered cubic) เป็นโครงสร้างอะตอมพื้นฐานของสเตนเลสที่เหมือนกับเหล็กกล้าคาร์บอน ธาตุสำคัญที่เป็นตัวหลักของสเตนเลสกลุ่มนี้ได้แก่ โครเมียม ไม่ต่ำกว่า 11 % และ คาร์บอนไม่เกิน 0.12% ใช้อนุกรม 400 เป็นตัวสื่อ คุณสมบัติที่สำคัญของสเตนเลสกลุ่มนี้คือ แม่เหล็กดูดติด (magnetic) แปรรูปได้ง่าย นำความร้อนได้ดีเยี่ยม ราคาต่ำและเสถียร  สเตนเลสเฟอร์ริติกยังมีการแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่

2.1 ประเภทสามัญประจำบ้าน มียอดการใช้สูงสุดกว่า 48 % เป็นอันดับหนึ่งของยอดการใช้เฟอร์ริติกทั้งหมด แน่นอนจะเป็นชนิดไหนไม่ได้นอกจาก 420, 429, 429J1, 430 และ 440 ที่เรามักคุ้นกันดี ซึ่งมีโครเมียมเป็นองค์ประกอบ 14-18 %  ดังนั้นจึงมีความต้านทานการกัดกร่อนได้ดี ขึ้นรูปได้ดี และใกล้เคียงกับออสเทนนิติก 304 จึงสามารถนำเฟอร์ริติกประเภทนี้มาใช้ทดแทนเกรด 304 ได้อย่างหลากหลายได้แก่ เครื่องครัว ถังปั่นเครื่องซักผ้า เครื่องล้างจาน กรอบประตูหน้าต่าง อ่างล้างหน้า ประดับยนต์ และอื่นๆอีกมากมาย 

2.2 ประเภทประหยัด มียอดการใช้งานเป็นอันดับที่ 2 ประมาณ 30 % ของตลาดเฟอร์ริติก ประเภทนี้จะมีองค์ประกอบของโครเมียมต่ำสุด ประมาณ 10-14% ราคาจึงต่ำสุดด้วย ได้แก่ 403, 405, 409L, 410L และ 420J2 ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเฟอร์ริติกประเภทนี้จึงต้องใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีหรือมีการกัดกร่อนน้อย หรือประเภทผลิตภัณฑ์ที่มีการทาสี ดังนั้นสเตนเลสประเภทนี้จึงนิยมนำมาทำระบบท่อไอเสียรถยนต์ ท่อพักเสียง ตู้เก็บสินค้า รถโดยสาร รถพ่วง รถไฟ และ กรอบจอภาพ

2.3 ประเภทสารพัดช่าง ในชนิด 430 แม้จะใช้งานได้ใกล้เคียงชนิด 304 แต่เรื่องการเชื่อมและการขึ้นรูปยังด้อยกว่า ดังนั้นเฟอร์ริติกเองจึงได้พัฒนาเฟอร์ริติกประเภทนี้ขึ้นมา เพื่อให้มีคุณสมบัติการเชื่อมและการขึ้นรูปได้ดีไม่แพ้เกรด 304 เลยทีเดียว มีองค์ประกอบหลักโครเมียม 16-20% กับธาตุไททาเนียมหรือไนโอเบียมเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เป็นเฟอร์ริติกที่เสถียร อันได้แก่ 430Ti, 430LX, 430J1L, 439 และ 441 ดังนั้นจึงนิยมนำมาทำชิ้นงานที่เกี่ยวข้องกับงานเชื่อมและขึ้นรูป ตัวอย่างการใช้งานได้แก่ อ่างล้างจาน ท่อแลกเปลี่ยนความร้อน ระบบท่อไอเสีย ถังปั่นเครื่องซักผ้าแบบเชื่อม ผนังตกแต่งภายใน เฟอร์ริติกประเภทนี้มียอดการใช้ประมาณ 13 % ของตลาดโดยรวม จึงอันดับได้เป็นที่ 3 ของเฟอร์ริติกที่นิยมใช้กัน

2.4 ประเภททนร้อนทนกรด หากพูดถึงออสเทนนิติก พระเอกที่เด่นเรื่องนี้คือ 316L แต่เฟอร์ริติกก็มีเช่นกัน ได้แก่เกรด 434, 436, 436J1L และ 444 เนื่องจากเฟอร์ริติกประเภทนี้ประกอบด้วย โครเมียม 16-20% กับธาตุโมลิบดีนัมประมาณ 0.75-2.5 % ซึ่งมีสมบัติการต้านทานการกัดกร่อนเทียบเท่า 316L อีกทั้งธาตุโมลิบดีนัมยังเพิ่มความแข็งแรงที่อุณหภูมิสูง ดังนั้นจึงนิยมนำมาทำชิ้นงานที่ทนการกัดกร่อนและงานที่ใช้อุณหภูมิสูง เช่น ถังใส่น้ำร้อน ถังต้มน้ำ ระบบท่อไอเสีย กาต้มน้ำ เครื่องไมโครเวฟ และผลิตภัณฑ์หลากหลายที่ใช้ในพื้นที่เปิดได้ดีเยี่ยม โดยมีส่วนแบ่งตลาดรวม 7% ของเฟอร์ริติก

2.5 ประเภทไฮโครม ประเภทนี้ยังมีใช้กันน้อยประมาณ 2 % ของตลาดเฟอร์ริติก ประเภทที่มีผู้ใช้น้อยที่สุดนี้ ประกอบด้วยโครเมียมสูง 21-30% กับธาตุโมลิบดีเนียมเป็นส่วนสำคัญ ได้แก่เกรด 443, 445, 446, 447  และ 448 ในตลาดมักเรียกประเภทนี้ว่าพวกไฮโครม หรือพวกที่มีโครมเมียมสูงนั่นเอง เฟอร์ริติกประเภทนี้มีสมบัติทนการกัดกร่อนเทียบเท่ากับ 317LN ดังนั้นจึงนิยมนำมาทำพวกงานที่ทนการกัดกร่อนสูงยิ่ง เช่น ผลิตภัณฑ์บนเรือสมุทร ชายฝั่งทะเล ยิ่ง 447 และ 448 ที่มีโครเมียมผสมเกือบ 30% และโมลิบดีนัมร่วม 4% จึงมีคุณสมบัติต้านทานการกัดกร่อนในน้ำทะเลเทียบเท่าโลหะไททาเนียมทีเดียว

หมายเลขโทรศัพท์

ซื้อ-ขายสินค้า : 02-459-5449-53

087-494-7515

087-340-9230

090-562-1679