Error
  • JLIB_DATABASE_ERROR_FUNCTION_FAILED

การจำแนกชนิดสเตนเลสด้วยสี

ปัจจุบันบนโลกกลมๆ ของเรามีโลหะสเตนเลสใช้อยู่เกือบทุกมุมมองของโลก หลากอรรถประโยชน์ด้วยหลายวัตถุประสงค์ มากหรือน้อยล้วนย่อมขึ้นกับความนิยมและภาวะเศรษฐกิจของแต่ละประเทศและครัวเรือนในภาวะกาลเวลาหนึ่ง ความเกี่ยวสัมพันธ์กับภาวะเศรษฐกิจด้วยเหตุผลว่าภาชนะสเตนเลสราคาต่อหน่วยสูงกว่าภาชนะที่ทำจากวัสดุอื่นอย่างอลูมิเนียม เหล็กกล้าและพลาสติก ซึ่งสอดรับกับข้อมูลการบริโภคสเตนเลสในประเทศยากจนเผยข้อมูลเชิงสัมพันธ์การบริโภคมีปริมาณน้อย ตัวอย่างเช่นในประเทศเมี่ยนม่า ลาว เป็นต้น แต่ก็มิได้หมายความว่าประเทศที่ร่ำรวยจะใช้สเตนเลสมากกว่าเสมอ ตัวอย่างเช่นประเทศอเมริกาที่มีความร่ำรวยกว่าประเทศเกาหลีอย่างชัดแจ้ง หากแต่อัตราการบริโภคสเตนเลสต่อประชากรกลับน้อยกว่าอย่างมีนัย

 

ความที่สเตนเลสมีการใช้ทั่วโลกและสเตนเลสเองก็มีกว่าสองร้อยชนิด แน่นอนสเตนเลสเป็นวัสดุที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างน้อยที่สุดในเมืองไทย เราจะต้องเจอช้อนสเตนเลสทุกบ้านแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นบ้านยากจนหรือบ้านที่ร่ำรวยก็ตาม ความต้องการสเตนเลสยิ่งมีมากทางการค้าก็ย่อมมีปริมาณและผู้คนเกี่ยวข้องมากตาม ด้วยเหตุนี้เพื่ออำนวยความสะดวก ความคิดที่จะนำสีมาใช้เพื่อแบ่งแยกสเตนเลสชนิดต่างๆ จึงเกิดขึ้น เฉกเช่นเดียวกับในชีวิตประจำวันของเราที่เกี่ยวข้องกับสารพัดสีในหลายอิริยาบถในวงจรชีวิตมนุษย์

 โลกสารพัดสี กับชีวิตประจำวัน

สีกับท่อ ในอาคารอุตสาหกรรมหรือในห้างสรรพสินค้า เวลาไปเดินหากสังเกตเราจะเห็นท่อสีต่างๆ ตามอาคาร ซึ่งสีท่อเหล่านี้ไม่ได้เป็นสีเพื่อสื่อว่าเป็นวัสดุอะไร หากแต่เป็นสีที่สื่อให้รู้ว่าท่อเหล่านี้ทำหน้าที่อะไร เช่น ท่อสีฟ้าคือท่อประปา ท่อสีแดงเป็นท่อดับเพลิง ท่อสีเงินขนาดเล็กเป็นท่อสายไฟฟ้า และท่อสี่เหลี่ยมหุ้มฉนวนเป็นท่อระบบปรับอากาศ เป็นต้น นอกจากนี้ ในท่อเหล็กกล้าสำหรับร้อยสายไฟฟ้าในมาตรฐาน มอก.770-2533 ก็กำหนดให้แยกแยะประเภทของท่อด้วยตัวหนังสือสีต่างกันเพื่อระบุชนิดและขนาดของท่อเช่น ท่ออีเอ็มพี (EMP) มาตราฐานกำหนดให้ใช้ตัวอักษรสีเขียว ท่อไอเอ็มซี (IMC) มาตราฐานกำหนดให้ใช้ตัวอักษรสีส้ม และท่ออาเอสซี (RSC) มาตราฐานกำหนดให้ใช้ตัวอักษรสีดำ

สีกับทะเบียนรถ  แน่นอนสีของสัญญานไฟจราจรเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว การใช้สีกับทะเบีนนรถและตัวหนังสือบนทะเบียนรถยังช่วยให้แยกแยะ ได้แก่

  1. ป้ายสีขาวสะท้อนแสงอักษรสีดำ คือ ป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง
  2. ป้ายสีขาวสะท้อนแสงอักษรสีฟ้า คือ ป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง
  3. ป้ายสีขาวสะท้อนแสงอักษรสีเขียว คือ ป้ายทะเบียนรถบรรทุกส่วนบุคคล
  4. ป้ายสีขาวสะท้อนแสงอักษรสีแดง คือ ป้ายทะเบียนรถ 3 ล้อส่วนบุคคล
  5. ป้ายสีเหลืองสะท้อนแสงอักษรสีดำ คือ ป้ายทะเบียนรถรับจ้างบรรทุกผู้โดยสารไม่เกิน 7 คน
  6. ป้ายสีเหลืองสะท้อนแสงอักษรสีเขียว คือ ป้ายทะเบียนรถรับจ้าง 3 ล้อ
  7. ป้ายสีเหลืองสะท้อนแสงอักษรสีฟ้า คือ ป้ายทะเบียนรถ 4 ล้อเล็กรับจ้าง
  8. ป้ายสีเหลืองสะท้อนแสงอักษรสีแดง คือ ป้ายทะเบียนรถรับจ้างระหว่างจังหวัด
  9. ป้ายสีสมสะท้อนแสงอักษรสีดำ คือ ป้ายทะเบียนรถ รถพ่วง รถบดถนน รถแทรกเตอร์ และรถใช้งานเกษตรกรรม
  10. ป้ายสีเขียวสะท้อนแสงอักษรสีขาว คือ ป้ายทะเบียนรถบริการธุรกิจ รถบริการทัศนาจร และรถบริการให้เช่า
  11. ป้ายสีฟ้าอักษรสีขาว คือ ป้ายทะเบียนรถของบุคคลในหน่วยงานพิเศษของสถานทูต องค์การระหว่างประเทศ
  12. ป้ายสีขาวอักษรสีดำ คือ ป้ายทะเบียนรถของคณะผู้แทนทางการทูต

สีกับอารมณ์ อารมณ์ของคนเราเป็นสิ่งที่สัมผัสได้หากแสดงออกมา แต่หากเก็บซ่อนอารมณ์ เราเองก็สามารถสังเกตอารมณ์ของคนจากสีได้ นั่นหมายความว่าคนเราสามารถใช้สีแทนอารมณ์ได้ เช่น 

  1. สีแดง แสดงถึง ความเร้าใจ ตื่นเต้น ท้าทาย
  2. สีชมพู แสดงถึง ความมีน้ำใจดี จิตใจกว้างขวาง อบอุ่น
  3. สีสม แสดงถึง ความอิสระและได้รับการปลดปล่อย
  4. สีเขียว แสดงถึง ความสันโดษ ว่าวเปล่า สมดุลและละวาง
  5. สีเหลือง แสดงถึง ความสุข ความเบิกบาน ความมีชีวิตชีวา
  6. สีน้ำเงิน แสดงถึง ความสงบเย็น สุขุมเยือกเย็น หนักแน่น
  7. สีฟ้า แสดงถึง ความสงบเยือกเย็น เป็นอิสระ ปลอดโปร่งสบาย ปลอดภัย
  8. สีม่วง แสดงถึง ความสงบ ปลอบโยน และอดทน
  9. สีดำ แสดงถึง ความสะดวกสบาย การปกป้อง ความลึกลับ
  10. สีทอง แสดงถึง ความเข้าอกเข้าใจ การให้ชีวิตใหม่ ให้พลังใหม่
  11. สีขาว แสดงถึง ความเยือกเย็น ปลีกวิเวก การปกป้อง สร้างสันติ สบาย
  12. สีเงิน แสดงถึง ความรู้สึกดุลยภาพในความผันแปร ความสดใส ประสานปรองดอง

สเตนเลส สื่อสารด้วยสารพัดสี

สเตนเลสเป็นโลหะที่ไม่สามารถแยกแยะด้วยสายตาได้ง่าย ผิวบางชนิดของสเตนเลสก็มีลักษณะคล้ายผิวของอลูมิเนียม ผิวบางชนิดก็เหมือนเหล็กเคลือบโครเมียม ผิวบางชนิดก็ดูเหมือนกระจก บางทีอาจกล่าวได้ว่า สเตนเลสมีความหลากหลายของผิวมาก จึงมีลักษณะไปคล้ายคลึงกับวัสดุอื่นหลายประเภท

ยิ่งกว่านี้สเตนเลสเองก็สามารถทำสีได้ สเตเนลสที่ทำสีนอกจากเพิ่มความสวยงามแล้วยังยิ่งเพิ่มคุณค่าทางวัสดุมากขึ้น และแน่นอนการจำแนกสเตนเลสที่ทำสีด้วยสายตาว่าคือสเตนเลสหรือไม่ย่อมเป็นสิ่งที่สำมัญชนไม่สามารถทำได้

การแยกแยะสเตนเลสเทียบกับวัสดุอื่นด้วยสายตายังเป็นเรื่องยากแล้ว ยิ่งหากต้องการที่จะแยกแยะประเภท สเตนเลสด้วยกันเองจึงเป็นเรื่องยากเป็นที่สุด  แต่การแยกแยะเป็นสิ่งที่จำเป็น  ในร้านขายสเตนเลสหรือโกดังจัดเก็บสินค้าสเตนเลสที่มีหลากหลายชนิด แม้ว่าเราจะมีการแยกเก็บเป็นสัดส่วน แบ่งพื้นที่จัดวางเป็นอย่างดีแล้ว แต่ก็ยังคงมีโอกาสปนกันสักวัน การปนกันอาจเป็นเหตุเพียงก่อความเสียหายเพียงเล็กน้อยจนอาจถึงขั้นอันตรายได้ เนื่องจากราคาและความสามารถในการใช้งานมีความแตกกต่างกัน หากเป็นเรื่องมิติด้านความหนา ความกว้าง ความยาว คงไม่ยากแก่การตรวจสอบ หรือการทดสอบด้วยแม่เหล็กก็อาจทำได้ แต่สิ่งเหล่านี้อาจไม่เพียงพอที่จะแยกแยะได้ทุกครั้ง บางทีอาจต้องทดสอบด้วยสารเคมี หรือสุดท้ายอาจต้องตรวจสอบส่วนผสมเคมีเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนร้านค้าถั่วไปคงทำเองไม่ได้ และหากจำเป็นก็ต้องอาศัยจ้างหน่วยงานที่ให้บริการตรวจสอบ นั่นย่อมหมายถึงค่าใช้จ่ายและเวลาที่เสียไป แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ เพราะหากนำสเตนเลสผิดประเภทไปใช้ในงานที่ไม่เหมาะสมอาจเป็นเหตุทำให้เกิดความเสียหายขั้นรุนแรงได้ในอนาคต

อย่างที่บอกการจำแนกชนิดสเตนเลสเป็นสิ่งที่จำเป็น  แม้แต่ในขั้นตอนการผลิต ในโรงงานทั้งรีดร้อนและรีดเย็นเหล็กกล้าไร้สนิมล้วนต้องมีระบบของการจัดเก็บสินค้า มีฉลากบ่งชี้แปะที่สินค้า ตั้งแต่วัตถุดิบ ขณะระหว่างกระบวนการผลิต จนกระทั่งออกมาเป็นสินค้า ล้วนต้องอาศัยฉลากบวกกับการจัดเก็บแบ่งเป็นโซนพื้นที่ แม้กระนั้นก็ตามเศษเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นระหว่างการผลิต ซึ่งมีปริมาณมาก และหลากหลายรูปทรง คงไม่อาจนำฉลากไปติดได้ หนทางที่ทำกันก็โดยการระบุชนิดสเตนเลสด้วยฉลากหรือแยกด้วยสีที่บรรจุภัณฑ์แทน เศษทิ้งเหล่านี้มีความสำคัญต้องแยกชนิดเพื่อจัดเก็บและขาย เนื่องจากผู้ซื้อมักนำเศษเหลือเหล่านี้กับไปหลอมไหม่ กระบวนการหลอมมีความจำเป็นอย่างยี่งที่ต้องรู้ชนิดของสเตนเลสที่กำลังจะใส่เข้าไป เพื่อปรุงน้ำสเตนเลสให้ได้สัดส่วนผสมทางเคมีตามที่ต้องการ

แต่ความจำเป็นในการแยกแยะเพื่อจำแนกชนิดสเตเนลสด้วยสี กับเป็นที่นิยมกันในทางการค้า เพื่อประโยชน์ของการจัดเก็บและการหยิบใช้สอยเพื่อการจำหน่วย การบ่งชี้สเตนเลสด้วยสีมีการทำหลากหลายวิธี ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับรูปร่างของผลิตภัณฑ์สเตนเลสเป็นสำคัญ สีที่ใช้ในการบ่งชี้อาจใช้เป็นฉลากสติกเกอร์พื้นสี หรือใช้ตัวอักษรสี หรือการใช้สีสแปร์พ่นที่ผิวสเตนเลส ทั้งนี้และทั้งนั้นก็เพื่อให้การบ่งชี้สามารถสังเกตเห็นได้ง่าย  โดยหลายที่ได้กำหนดเบอร์สีพร้อมสี และตัวหนังสือตามมาตรฐานสีให้เห็นชัดเจนและเลือกใช้ได้ใช้อย่างถูกต้องเพื่อให้สีออกมามีโทนเดียวกัน แต่หลายที่ก็กำหนดเป็นตัวอย่างสีอย่างเดียว

ผู้ผลิตในประเทศต่างๆ มีการกำหนดสีที่ใช้กับสเตเนลสที่แตกต่างกัน สเตนเลสชนิดเดียวกันหากใช้งานที่ต่างกันก็อาจกำหนดสีแตกต่างกันด้วย ซึ่งดูยุ่งยากและซับซ้อนมากขึ้น อาจด้วยเหตุที่ไม่มีมาตรฐานกลางที่เป็นสากลกำหนดไว้ แต่หลายที่ก็มีการใช้สีที่ไกล้เคียงกัน ตัวอย่างการใช้สีเพื่อจำแนกชนิดสเตนเลสที่สำคัญแสดงดังตารางด้านล่าง

 

 

แนวทางใช้สีเพื่อบ่งชี้ชนิดสเตนเลสในไทย

ผู้ผลิตสเตนเลสที่สำคัญรายเดียวในประเทศไทยอย่างโพสโก ไทยน๊อคซ์ ก็ไม่พบว่ามีการใช้สีในการแบ่งชนิด สเตนเลสอย่างชัดเจน มาตรฐานอุตสาหกรรมไทยก็ไม่พบ หรือสมาคมเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยก็ไม่เคยมีเนื้อหาในส่วนนี้

ดังนั้นสยามสเตนเลสในฐานะสื่อกลางที่ให้ความรู้สเตนเลสแก่คนไทยทุกคน เราจึงขอนำเสนอแนวทางการใช้สีเพื่อการบ่งชี้กลุ่มสเตนเลสและชนิดสเตนเลสเพื่อความเป็นเอกภาพ โดยกำหนดการใช้สี ด้วยหลักรหัส RGB และชื่อตาม HTML ตามยุคสมัยคอมพิวเตอร์ ดังนี้

1. กลุ่มออสเทนนิติค (Austenitic) มีโครงสร้างเนื้อโลหะเป็นออสเทนไนต์ (austenite) อะตอมของผลึกจัดเรียงตัวแบบ FCC (face-centered cubic) ธาตุสำคัญที่ทำให้สเตนเลสประเภทนี้มีโครงสร้างเป็นออสเทนไนต์คือ ธาตุนิกเกิล และ ธาตุแมงกานิส ดังนั้นสเตนเลสกลุ่มนี้จึงให้เป็นกลุ่ม สีเหลืองและสีเขียว

 

2. กลุ่มเฟอร์ริติค (Ferritic)  มีโครงสร้างเนื้อโลหะเป็นเฟอร์ไรต์ (ferrite) อะตอมของผลึกจัดเรียงตัวแบบ BCC (Body-centered cubic) เป็นโครงสร้างอะตอมพื้นฐานของสเตนเลสที่เหมือนกับเหล็กกล้าคาร์บอน ธาตุสำคัญที่เป็นตัวหลักของสเตนเลสกลุ่มนี้ได้แก่ โครเมียม ไม่ต่ำกว่า 11 % และ คาร์บอนไม่เกิน 0.12% ใช้อนุกรม 400 เป็นตัวสื่อ คุณมบัติที่สำคัญของสเตนเลสประเภทนี้คือ แม่เหล็กดูดติด (magnetic) แปรรูปได้ง่าย นำความร้อนได้ดีเยี่ยม ราคาต่ำและเสถียร  ดังนั้นสเตนเลสกลุ่มนี้จึงให้เป็นกลุ่ม สีน้ำตาล

 

3. กลุ่มมาร์เทนซิติค (Martensitic) มีโครงสร้างเป็นมาเทนไซต์ ใข้อนุกรม 400 เป็นตัวสื่อเช่นเดียวกับ ประเภทพเฟอร์ติติค มีส่วนผสมใกล้เคียงกับเฟอร์ริติคมีธาตุโครเมียมราว 11.5 -18% คาร์บอนอยู่ราว 0.08%-0.75% ที่สำคัญคือไม่มีนิกเกิลหรือหากมีก็ห้ามเกิน 0.6% ดังนั้นสเตนเลสกลุ่มนี้จึงให้เป็นกลุ่ม สีม่วง

 

4. กลุ่มฮาร์ดเดนนิง (Precipitation hardening) มีส่วนผสมของโครเมียม 15-18% และนิกเกิล 3.00-7.75% สามารถเพิ่มความแข็งแรงได้โดยกลไกเพิ่มความแข็งจากการตกผลึก (Precipitation hardening mechanism) โดยสามารถเพิ่มความแข็งแรงสูงมาก มีค่าความเค้นพิสูจน์ (Proof stress) อยู่ระหว่าง 1,000 ถึง 1,500 เมกาปาสคาล (MPa) ขึ้นอยู่กับชนิดและกรรมวิธีปรับปรุงคุณสมบัติด้วยความร้อน (Heat treatment) ดังนั้นสเตนเลสกลุ่มนี้จึงให้เป็นกลุ่ม สีส้ม

 

5. กลุ่มดูเพล็กซ์ (Duplex) มีโครงสร้างผสมระหว่าง โครงสร้างเฟอริติค และออสเทนนิติค มีโครเมียมเป็นธาตุผสมอยู่ระหว่าง 19-28% และโมลิบดินัมสูงกว่า 5% และมีนิกเกิลน้อยกว่าตระกูลออสเทนนิติค พบว่ามีการใช้งานมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในบรรยากาศแวดล้อมของคลอไรด์ ดังนั้นสเตนเลสกลุ่มนี้จึงให้เป็นกลุ่ม สีน้ำเงิน

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.siamstainless.com

หมายเลขโทรศัพท์

ซื้อ-ขายสินค้า : 02-459-5449-53

087-494-7515

087-340-9230

090-562-1679